Home > News > กมธ.พลังงานแนะ 8 มาตรการป้องกันไฟดับ (2013-05-31)

กมธ.พลังงานแนะ 8 มาตรการป้องกันไฟดับ

Publish Date : 2013-05-31 | TAG : พลังงาน, ไฟฟ้า, เเก๊ส, ij

  

กมธ.พลังงาน แนะ 8 มาตรการป้องกันไฟดับ

  กมธ.พลังงานแนะ 8 มาตรการป้องกันไฟดับนายมนตรี ปาน้อยนนท์ ส.ส.ประจวบคีรีขันธ์ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการพลังงาน สภาผู้แทนราษฎร

และนายเชน เทือกสุบรรณส.ส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ องค์กรตามรัฐธรรมนูญ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุนสภาผู้แทนราษฏร

ร่วมกันแถลงข่าว หลังจากเชิญ นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาลรมว.พลังงาน รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ไฟฟ้าดับในพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ อาทิ การไฟฟ้าฝ่าย

ผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) การฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) สำนักงานนโยบายแผนพลังงาน มาชี้แจงนายมนตรี แถลงว่า กฟผ.ได้ชี้แจงว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นเหตุการณ์ไม่คาดฝัน

เพราะได้มีการปลดสายส่งไฟฟ้า500 เควี 1 เส้น เพื่อซ่อมบำรุง ประกอบกับเกิดเหตุฟ้าผ่าสายส่งขนาด 500 เควี อีก 1 เส้นที่จ.ประจวบคีรีขันธทำให้ต้องใช้สายส่งขนาดเล็ก 230 เควี

ส่งไฟฟ้าไปยังพื้นที่ภาคใต้ ขณะเดียวกันเกิดความขัดข้องทำให้ไม่สามารถรับไฟฟ้า จากประเทศมาเลเซียได้ ทำให้ไฟฟ้าดับทั้งพื้นที่ 14 จังหวัด อย่างไรก็ตามผู้ว่าการ กฟผ.ก็ไม่

สามารถให้คำยืนยันได้ว่าจะไม่่เกิดเหตุดังกล่าวอีกนายมนตรี กล่าวว่า รมว.พลังงาน ได้ชี้แจงว่า เรื่องที่เกิดขึ้น ไม่มีเบื้องหน้าเบื้องหลังเกี่ยวกับการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน ในจ.กระบี่

และหากจะสร้างโรงไฟฟ้าแห่งใหม่ ต้องทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ และต้องขอความร่วมมือจากส.ส.ในพื้นที่ ด้านนายเชน กล่าวว่า กมธ.ขอเสนอแนะมาตรการป้องกันไฟดับ

8 ข้อ ได้แก่ 1.ควรมีมาตรการเพื่อป้องกันปัญหาทั้งระยะสั้นและระยะยาว 2.ควรพัฒนาสายส่งไฟฟ้าทั่วประเทศ ให้เป็นสายส่งแรงสูงขนาด 500 เควี เพราะหากสายส่งใดมีปัญหาก็

สามารถจ่ายไฟฟ้าผ่านสายส่งอื่นได้ 3.ควรส่งเสริมและพัฒนาผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ ลม น้ำ เป็นต้น 4.ควรมีมาตรการที่ชัดเจนว่าจะสร้างโรงไฟฟ้า

เพิ่มเติมหรือไม่ในพื้นที่ใดนายเชน กล่าวต่อว่า 5.ควรมีมาตรการที่ชัดเจนในการควบคุมการออกใบอนุญาตซื้อขายไฟฟ้าเพื่อแก้ไขปัญหา กรณีผู้มีใบอนุญาตไม่ผลิตไฟฟ้าแต่กลับนำ

ใบอนุญาตไปขายต่อ 6.โรงไฟฟ้าที่มีอยู่เดิมควรพัฒนาเพื่อเพิ่มกำลังการผลิต และใช้ประโยชน์จากโรงไฟฟ้าที่มีให้มากขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้ ควรนำทรัพยากรที่ผลิตได้ในพื้น

ที่เช่น น้ำมันปาล์มมาเป็นเชื้อเพลิง7.ควรประชาสัมพันธ์เพื่อเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจ และ 8.เวลาเกิดเหตุต้องมีการสื่อสารให้ชัดเจน ต้องแจ้งรายละเอียดในการแก้ไขปัญหา

 

                                                                      



บริษัท พี เอ พี แก็ส แอนด์ ออยล์ จำกัด
240/48 ชั้น 22 อโยธยาทาวเวอร์ ถ.รัชดาภิเษก แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10310
โทร : (66)26928404-12 |แฟกซ์ : (66)269228413 | อีเมล์: marketing@pap-gas.com