Home > News > การผลิตกระแสไฟฟ้าจากพืชพลังงาน (2013-06-10)

การผลิตกระแสไฟฟ้าจากพืชพลังงาน

Publish Date : 2013-06-10 | TAG : พลังงาน, พลังงานทดเเทน, บริษัท PAP, อนาคต

  

การผลิตกระแสไฟฟ้าจากพืชพลังงาน

 

ผศ.ดร.กนกศักดิ์ เอี่ยมโอภาส หัวหน้าโครงการวิจัยและพัฒนาพลังงานและสิ่งแวดล้อม คณะวิศวกรรมศาสตร์มหา วิทยาลัยมหิดล เปิดเผยว่าการผลิตไฟฟ้าที่มีศักยภาพสูงเหมาะสมกับประเทศไทย ซึ่งมีพื้นฐานเป็นประเทศเกษตรกรรม คือการผลิตพลังงานไฟฟ้าจากพืชพลังงาน   

ทั้งนี้เนื่องจากเทคโนโลยีที่นำมากำ จัดขยะอินทรีย์มีวิธีกำจัดอยู่ 2 แบบ คือการนำไปหมักทำปุ๋ย และการนำไปหมักทำก๊าซชีวภาพ ในกระบวนการหมักแบบไร้อากาศ เป็นการนำสารอินทรีย์ไปหมักในถังหมักแบบปิด ในกระบวนการหมักสารอินทรีย์จะถูกย่อยสลาย และได้ก๊าซชีวภาพ ซึ่งมีองค์ประกอบเป็นก๊าซมีเทน ประมาณ 50-60%  ก๊าซมีเทนนี้เป็นก๊าซชนิดเดียวกันกับก๊าซธรรมชาติซึ่งมีองค์ประกอบหลักเป็นก๊าซมีเทนประมาณ 70-80% ขึ้นอยู่กับแหล่งก๊าซธรรมชาติ   ดังนั้นก๊าซชีวภาพจึงเป็นก๊าซเชื้อเพลิงที่สามารถนำไปเดินชุดเครื่องยนต์ผลิตกระแสไฟฟ้าได้ ตัวอย่างของก๊าซ ชีวภาพที่ใช้ผลิตไฟฟ้ากันอย่างแพร่หลายแล้วคือก๊าซชีวภาพจากมูลสุกร น้ำเสียจากโรงงานอุตสาหกรรมเกษตรต่าง ๆ ซึ่งพื้นฐานของการเกิดก๊าซชีวภาพคือการย่อยสลายของอินทรียวัตถุในกระบวนการหมักแบบไร้อากาศ 

จากการศึกษาวิจัยด้านกระบวนการหมักแบบไร้อากาศ เพื่อศึกษาศักยภาพการเกิดก๊าซชีวภาพของขยะอินทรีย์ และเศษวัสดุทางการเกษตรของประเทศไทยที่มีมาประมาณ 10 ปี โดยการศึกษาวิจัยได้รับทุนสนับสนุนจากสหภาพยุโรป และเป็นการศึกษาร่วมกับนักวิจัยจากประเทศสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี  พบว่าศักยภาพของการผลิตพลังงานทดแทนจากพืชต่าง ๆ สามารถทำได้ และจากการศึกษาดูงานวิจัยในประเทศเยอรมนี เมื่อประมาณ 7-8 ปีที่แล้ว ที่นั่นมีการส่งเสริมการปลูกพืชโตเร็ว เช่น หญ้า เพื่อใช้หมักทำก๊าซชีวภาพ  เนื่องจากในประเทศเยอรมนี มีการกำจัดขยะอินทรีย์ด้วยกระบวนการหมักกันอย่างแพร่หลาย และมีจำนวนโรงไฟฟ้าประเภทนี้มากกว่า 5,000 โรง  

ปัจจุบันประเทศไทยมีการส่งเสริมการผลิตพลังงานจากหญ้าเนเปียร์ หรือที่เรียกกันว่าหญ้าเลี้ยงช้าง  โดยส่งเสริมการผลิตเพื่อเลี้ยงสัตว์ และการวิจัยเพื่อพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก โดยตั้งเป้าหมายให้สามารถทดแทนเชื้อเพลิงฟอสซิลได้อย่างน้อยร้อยละ 25 ภายใน 10 ปี งานวิจัยที่ดำเนินการจะเน้นการศึกษาปริมาณก๊าซชีวภาพสำหรับพืชต่าง ๆ ของประเทศไทย เช่น ต้นข้าวโพดฝักอ่อนซึ่งหักฝักไปขายแล้ว ใบปาล์ม ต้นกล้วย ผักตบชวา  และเศษพืชอื่น ๆ รวมทั้ง หญ้าเนเปียร์ด้วย พร้อมกันนี้ยังมีการศึกษาวิจัยเชิงประยุกต์เพื่อนำไปใช้งานเพื่อก่อสร้างโรงไฟฟ้าขนาด 1-2 เมกะวัตต์ ซึ่งได้รับความร่วมมือสนับ สนุนข้อมูลเทคโนโลยีจากเยอรมนี 

ในขณะเดียวกันก็ได้มีการศึกษาด้านการปลูกเพื่อเพิ่มผลผลิตในแปลงเพาะปลูกขนาดใหญ่โดยร่วมมือกับผู้ทำวิจัยซึ่งเป็นเกษตรกรในจังหวัดเพชรบุรี จนได้ข้อมูลที่ มั่นใจว่าการบริหารจัดการโครงการโรงไฟฟ้า   จากหญ้าเนเปียร์จะสามารถทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ.

 



บริษัท พี เอ พี แก็ส แอนด์ ออยล์ จำกัด
240/48 ชั้น 22 อโยธยาทาวเวอร์ ถ.รัชดาภิเษก แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10310
โทร : (66)26928404-12 |แฟกซ์ : (66)269228413 | อีเมล์: marketing@pap-gas.com